เมื่อบริษัทมองย้อนกลับไปยังเหตุการณ์สำคัญและความสำเร็จในปี 2567 บริษัทรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อความเข้มแข็ง ความทุ่มเท และการสนับสนุนอย่างแน่วแน่จากทีมงานและคู่ค้าของบริษัท ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตลาดโลก บริษัทได้พัฒนา สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และยึดมั่นในคำมั่นสัญญาของบริษัทในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความยั่งยืน จากไร่สู่ผู้บริโภคในทุกๆ วันอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2567 บริษัทได้เผชิญกับแรงต้านทางเศรษฐกิจที่สำคัญ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการของ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะมีความท้าทายต่างๆ บริษัทยังคงยึดมั่นในคำมั่นสัญญาของบริษัทในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และเติบโตอย่างต่อเนื่อง การปรับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์วัตถุดิบและอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูงจะช่วยสร้างความ แข็งแกร่งให้แก่บริษัทในอนาคต โดยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์กว่าร้อยละ 70 ของบริษัท อยู่ในประเภทนี้ ภายในปี 2573
บริษัทเดินหน้าแผนการขยายธุรกิจในภูมิภาค ในปี 2567 ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และพอร์ตโฟลิโอที่มีความสมดุลและหลากหลาย มากขึ้น ในการนี้ โครงการการลงทุนใหม่อย่างยั่งยืนในพื้นที่สีเขียวในประเทศกัมพูชาของบริษัทได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และขณะนี้ มีเป้าหมายที่จะใช้ประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบ ภายในต้นปี 2567 ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 4 บริษัทได้รับรางวัล FSA Gold Award จาก SAI Platform จากการส่งเสริมและขยายแนวทางการเกษตรแบบยั่งยืนในประเทศไทย ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกว่า 1,000 ราย ในจังหวัดระยอง สำหรับแผนการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทนั้น ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ตามที่บริษัทได้ตั้ง เป้าหมายที่จะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ร้อยละ 50 ภายในกลางปี 2569 ถึงปี 2570 อนึ่ง ในระดับภูมิภาค การดำเนินการ ตามแผนธุรกิจของบริษัทช่วยสร้างเกิดการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยอัตราตัวเลขสองหลัก ในส่วนของผลิตภัณฑ์วัตถุดิบ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
ไทยวายังคงรักษารายได้จากการจำหน่ายสินค้าจำนวน 1 หมื่นล้านบาท แม้จะมีความท้าทายในระดับมหภาคจากสภาพภูมิอากาศและ เศรษฐกิจในปี 2567 ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่อาหารและวัตถุดิบของกลุ่มผลิตภัณฑ์ สำหรับธุรกิจ (B2B) ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เมื่อก้าวต่อไปของการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงของบริษัทได้เริ่มต้นขึ้น บริษัทจะเร่ง ดำเนินการให้เกิดการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัทอาหารชั้นนำ ความทุ่มเททั้งหมดนี้เป็น การยืนยันเจตจำนงค์ต่อกลยุทธ์เพื่อการเปลี่ยนแปลงของบริษัทในการเพิ่มขีดความสามารถของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศ การตลาด ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาด้านเทคนิคของบริษัทผ่านสำนักงานสาขาทั่วภูมิภาคและห้องปฏิบัติการวิจัยและ พัฒนาธุรกิจอาหารของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2567 ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 และกำไรที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 การเติบโตที่สำคัญในประเทศเวียดนามและประเทศไทยเกิดจากความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและการเปลี่ยน กลยุทธ์ในการเข้าเป็นพันธมิตร โดยผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานและผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงของบริษัทยังคงครองอันดับ 1 ในตลาด และเป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ทั้งนี้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาคและแนวโน้มการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัท ยังคงมุ่งมั่นเรียนรู้และพัฒนาการให้บริการแก่ผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ วัน ผ่านรสชาติ เนื้อสัมผัส และโภชนาการ อนึ่ง กำไร ของบริษัทจากธุรกิจในเวียดนามเพิ่มขึ้น ร้อยละ 21 จากการเพิ่มเครือข่ายในการกระจายสินค้าของบริษัทเป็นสองเท่าทั่วประเทศ

แม้ปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่ท้าทายสำหรับธุรกิจของบริษัท แต่การรักษาคำมั่นสัญญาต่อผู้บริโภคยังคงเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ สูงสุด และบริษัทได้ดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ในโรงงานแป้งทั้ง 8 แห่งของบริษัท บริษัทมีแผนการปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ ปรับโครงสร้างองค์กร และดำเนินมาตรการลด ต้นทุนที่หลากหลาย โดยคาดว่าความพยายามเหล่านี้จะมอบผลลัพธ์ในเชิงบวก ในปี 2567
ไทยวายังคงเป็นผู้นำตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารจากมันสำปะหลังในประเทศจีนและสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจของบริษัท ในตะวันออกกลาง ทวีปอเมริกาเหนือ และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยผลิตภัณฑ์ Rosebrand และการเปิดตัวนวัตกรรม AdvansysTexture Solutions Systems ของบริษัท แม้จะมีแรงต้านในปี 2567 แต่ความต้องการผลิตภัณฑ์วัตถุดิบเฉพาะทาง ของบริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และบริษัทได้เปิดสำนักงานสาขาใหม่ในประเทศอินเดียและอยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทย่อย ในประเทศฟิลิปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้
แนวทางเชิงรุกของบริษัทในการจัดการความท้าทายต่างๆ ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน ทำให้บริษัทสามารถ ส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทต่อไปได้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอการจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.057 บาทต่อหุ้น สำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปี 2568
ในก้าวถัดไปของบริษัท ปี 2567 ถือเป็นปีแรกของแผนการเปลี่ยนแปลงบริษัท ซึ่งมีระยะเวลา 5 ปี เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัท อาหารระดับโลก แม้บริษัทจะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ไป ตลอดจนแรงกดดันด้านความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น บริษัทกำลังปรับเปลี่ยนสู่การเป็นบริษัทอาหารระดับโลก แผนกลยุทธ์ของบริษัท เช่น การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศและการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก ภายใต้แบรนด์ สินค้า ROSECO™ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริษัทสำหรับการเติบโตในอนาคต บริษัทเชื่อมั่นในการสร้างพันธมิตรและ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและบรรลุผลวิสัยทัศน์ของบริษัท
เราสัญญาว่าจะสานต่อความยิ่งใหญ่ของบริษัท และรักษานวัตกรรมของบริษัทให้อยู่ในระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม บริษัท มีความมุ่งมั่นและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนแปลงของไทยวาในก้าวต่อไป รวมถึงมั่นใจว่าไทยวาจะก้าวไป อย่างแข็งแกร่ง รวดเร็ว และดียิ่งขึ้นในปี 2568 และในปีต่อๆ ไป ในโอกาสนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณต่อเพื่อนร่วมงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท สำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทางของบริษัท และเราจะร่วมกันขับเคลื่อน ไปสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าสำหรับลูกค้าทุกท่านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนลูกค้าของเราทั่วโลก
ขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของเรา
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานของท่าน และการมอบบริการที่ดีที่สุดจากเรา กรุณากดยอมรับท่านสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้ของเราได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้